ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

บทความ

เศรษฐกิจช่วงที่เหลือของปี 2563 (s.133)

  . เศรษฐกิจในปัจจุบันที่คนส่วนใหญ่รับรู้คือยังดูเหมือนทรงๆ อยู่ระหว่างรอยต่อว่าจะดีขึ้นหรือทรุดลง โดยถึงแม้ประเทศไทยจะมีการคลาย lockdown ค่อนข้างมากแล้ว แต่เนื่องจากเศรษฐกิจของประเทศมีการผูกเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจโลกค่อนข้างมาก ทำให้ถึงแม้สถานการณ์โรคระบาดในประเทศไทยจะดีขึ้น แต่ต่างประเทศกลับยังเป็นผู้ป่วยหนัก และทำให้ประเทศไทยได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เช่นกัน . ศูนย์วิจัย EIC โดยธนาคารไทยพาณิชย์ ได้คาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี 2563 นี้ มีการหดตัวลงถึง 7.8% ซึ่งถือว่าหนัก โดยมีตัวเลขที่น่าสนใจคือการบริโภคภาคเอกชนหดตัว 2.3% ในขณะที่การลงทุนภาคเอกชนหดตัวถึง 12.6% และจำนวนนักท่องเที่ยงลดลง 83.1%  ทั้งนี้ถึงแม้เศรษฐกิจจะมีการบริโภคภาครัฐและการลงทุนภาครัฐที่เป็นตัวช่วยโดยมีการเติบโตที่ 2.5% และ 8.1% ตามลำดับ แต่ก็ยังไม่สามารถช่วยภาพรวมของเศรษฐกิจในประเทศได้มากนัก . สิ่งที่เราต้องจับตาดูต่อไปคือปัจจัยที่จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในช่วยที่เหลือซึ่งประกอบด้วย ปัจจัยบวก ได้แก่ (1) การใช้จ่ายของภาครัฐว่ามีความต่อเนื่องเพียงใด และ (2) โครงการช่วยเหลือของภาครัฐภายใต้ พรก. กู้เงิน 1...

กฎในการประชุมออนไลน์ (s.132)

  ถึงแม้สถานการณ์ COVID-19 ในประเทศไทยของเราจะเริ่มอยู่ในสภาวะที่สบายใจได้มากขึ้น ผู้คนกลับไปทำงานตามปกติ มีการเดินทางไปมาระหว่างจังหวัด กิจกรรมบันเทิงต่างๆ สามารถเปิดได้ แม้ยังต้องมีมาตรการระยะห่างอยู่บ้างแต่ภาพรวมถือว่าไม่ได้เดือดร้อนเหมือนช่วงแรกๆ ของการระบาด.  อย่างไรก็ดีสิ่งหนึ่งที่พบเห็นได้ในการทำงานที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างเด่นชัด คือ การประชุมผ่านทางออนไลน์ ที่เริ่มเป็นวิถีปกติของมนุษย์คนทำงาน ซึ่งจากเดิมก่อนที่จะเกิดการระบาด การประชุมลักษณะดังกล่าวถือว่าเป็นเรื่องที่หาได้ยากยิ่ง ในขณะที่ปัจจุบันถึงแม้ทุกคนจะเริ่มกลับมาทำงาน แต่การประชุมผ่านทางออนไลน์ก็ถือว่ายังคงอยู่เป็นปกติไม่ต่างจากการประชุมออฟไลน์ในห้องประชุม  โดยครั้งนี้ขอนำเอาคำแนะนำในการประชุมที่น่าสนใจมาฝาก ดังนี้ . 1. เริ่มต้นและเลิกประชุม ตรงเวลา 2. ระหว่างที่ไม่ได้พูดให้ปิดไมโครโฟน และเปิดเฉพาะเมื่อจะพูด 3. มีสมาธิจดจ่อกับเรื่องที่กำลังประชุม อย่าทำงานอย่างอื่นควบคู่ไปด้วย 4. ให้ความสนใจกับไอเดียหรือเรื่องที่นำเสนอ 5. พูดชื่อตัวเองทุกครั้ง ก่อนที่จะถามคำถามหรือแสดงความคิดเห็น โดยเฉพาะกรณีมีผู้ร่วมประชุมจำนว...

ทำงานกับคนที่ไม่ชอบในที่ทำงานอย่างไร? (s.131)

เป็นถือบทความหนึ่งที่น่าสนใจโดย รศ.ดร.ศิริยุพา รุ่งเริงสุข ที่ได้ลงไว้ในหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 7 กันยายน 2563 เรื่อง "ทำงานกับศัตรูอย่างไรดี ?" ซึ่งเชื่อได้ว่าทุกคนต้องเคยเจอปัญหาในลักษณะนี้มาแทบทั้งนั้น มีคนที่เราไม่ชอบและเขาก็ไม่ชอบเรา แต่ต้องทำงานด้วยกัน. เราจะทำงานอย่างไรหรือจัดการอย่างไรกับเรื่องนี้ ซึ่งมีคำแนะนำดีๆ ดังนี้ . 1. กำหนดเป้าหมายและหน้าที่รับผิดชอบให้ชัดเจน - เพื่อหลีกเลี่ยงการมีปากเสียง ขอให้ผู้บังคับบัญชากำหนดหน้าที่รับผิดชอบ การติดตามงาน หลักการประเมินผลงานของแต่ละคน 2. มีสติและมีวุฒิภาวะทางอารมณ์ - การมีสติคือรู้เท่าทันความรู้สึกและอารมณ์ของตนเองว่ากำลังรู้สึกโกรธ เสียใจ ตกใจ เป็นต้น   3. เป็นผู้นำที่จริงใจใช่ว่าต้องเผยทุกอย่าง - คิดก่อนพูดเป็นสิ่งที่พึงระลึกไว้เสมอ การที่เรามีความสำรวมระวังตัวเสมอจะทำให้ศัตรูหาจุดอ่อนที่จะโจมตีได้ยากขึ้น 4. สร้างสัมพันธ์ภาพที่ดีกับเพื่อนร่วมงาน - มีพันธมิตรช่วยปกป้องจากศัตรู เรามีควรไมตรีจิตร ช่วยเหลือเพื่อนร่วมงานอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งจะช่วยเหลือเราได้ยามมีภัย 5. เป็นมิตรกับศัตรู - เราควรทำงานได้กับทุกคนเพื่อแสดงค...

ช้อติดจากโรงเรียนแห่งชีวิต (s.130)

  . หนังสือเรื่อง "โรงเรียนแห่งชีวิต" หรือ School of Life ได้สรุปใจความสำคัญที่น่าสนใจในการใช้ชีวิตให้มีความสุข ความพอใจ โดยมีหลักการดังนี้ 1. มองโลกตามความเป็นจริงว่าการใช้ชีวิต  2. เข้าใจและรู้สึกชื่นชม ขอบคุณกับช่วงที่เรารู้สึกสงบสุขและสวยงาม แม้จะเป็นเรื่องเล็กๆ  3. เข้าใจว่ามนุษย์ทุกคนมีจุดอ่อน 4. รู้จักมีอารมณ์ขัน 5. สุภาพต่อผู้อื่น 6. ยอมรับตนเอง 7. รู้จักให้อภัย 8. การรู้จักยืดหยุ่นฟื้นฟูตัวเองใหม่ได้ 9. ไม่อิจฉาแบบเรื่อยเปื่อย 10. มองเรื่องการประสบความสำเร็จและล้มเหลวแบบไม่สุดโต่ง 11. เข้าใจว่าการวางเป้าหมายชีวิตแบบสมบูรณ์คือภาพมายา และความผิดพลาดเสียใจเป็นเรื่องปกติที่มักเกิดขึ้นกับมนุษย์ทุกคน 12. การมีจิตใจสงบ . ในชีวิตของคนเรามีทั้งขึ้นและลง บางช่วงสุข แต่อีกช่วงเวลาทุกข์ หากเราทำความเข้าใจในชีวิตและดำเนินชีวิตได้ตามคำแนะนำ แม้ไม่ทั้งหมดแต่เป็นส่วนใหญ่ ก็มั่นใจได้ว่าชีวิตของเราจะมีความสุขเพิ่มขึ้นอย่างมาก  คุณล่ะมีความสุขมากไหมครับ ❓ . . #busguy  #ธุรกิจแบ่งปัน #business  สรุปจาก: หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 7 ก.ย.63 หัวข้อ "ปฏิรูปประเทศไทย...

วิกฤตแรงงาน 'ว่างงาน' พุ่ง (s.129)

  ผลกระทบของ Covid-19 ทำให้ธุรกิจหยุดกิจการ แรงงานบางส่วนถูกลดเวลาทำงาน และอีกส่วนหนึ่งถูกเลิกจ้าง โดยการเลิกจ้างนั้นมีปัจจัยมาจากรายได้ของธุรกิจเองที่น้อยลงทำให้ไม่จำเป็นต้องมีเยอะดังเช่นในอดีต หรือปัจจัยจากธุรกิจไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ ขาดสภาพคล่อง ทำให้ต้องปิดกิจการ  นอกจากนี้ตราบใดที่สถานการณ์ Covid-19 ยังไม่มีแนวโน้วที่ดีขึ้น ผู้ที่ทำงานอยู่ก็มีความเสี่ยงที่อาจถูกเลิกจ้างในอนาคต. . โดยมีการประเมินผู้ที่ต้องตกงานในปี 2563 นี้จำนวนประมาณ 3.5 - 4.0 ล้านคน นอกจากนี้ในภาคการท่องเที่ยวเองที่ได้รับผลกระทบหนักจากการที่ไม่มีนักท่องเที่ยงต่างชาติเข้ามาในประเทศไทยซึ่งน่าเป็นห่วงว่าจะทยอยมีผู้ว่างงานเพิ่มมากขึ้น โดยภาคธุรกิจได้ประเมินว่าหากสถานการณ์ไม่ดีขึ้นตัวเลขของผู้ว่างงานรวมอาจสูงถึง 6 ล้านคนได้. ทั้งนี้โจทย์ใหญ่ของของภาครัฐในเรื่องแรงงาน คือ  1. ทำอย่างไรให้กลุ่มวัยแรงงานสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ ในภาวะที่ภาคการส่งออก ท่องเที่ยว และบริการ ยังไม่กลับฟื้นตัว 2. แรงงานที่จะกลับไปภาคเกษตรกรรม รัฐควรต้องทำสภาพแวดล้อมในท้องถิ่นให้เหมาะสม 3. คนทำงานกินเงินเดือนได้รับการอบรมเพื...

ท่องเที่ยวยุค New Normal (s.128)

"...คนไทยเริ่มกลับมาเที่ยวที่ใกล้ๆ ที่ขับรถไปถึง..."   แม้ประเทศไทยจะผ่านจุดสูงสุดของ Covid-19 มาเป็นเวลาหลายเดือนแล้ว แต่การท่องเที่ยวก็ยังดูเหมือนห่างไกลจากความเป็นปกติเดิมที่เราคุ้นเคยในอดีตมากนัก ซึ่งหากมองดูประเทศไทยและเหลียวดูประเทศเพื่อนบ้านจะพบได้ว่าในต่างประเทศนั้น สถานการณ์ของ Covid-19 ยังดูไม่ได้ดีขึ้นเท่าไหร่นัก ดังนั้นการท่องเที่ยวโดยเฉพาะในปี 2563 นี้จึงต้องมาจากการท่องเที่ยวในประเทศเป็นหลัก. โดยหากสังเกตพฤติกรรมของคนไทยในช่วงนี้ที่ท่องเที่ยวจะพบว่า เขาเหล่านั้นจะเลือกท่องเที่ยวที่ใกล้ๆ สามารถขับรถไปได้ หรือ การท่องเที่ยวในพื้นที่ที่คนไม่พลุกพล่านมากนัก. . โดยหากพิจารณาจากอัตราการเข้าพักของจังหวัดยอดนิยมในประเทศไทย พบว่าในปัจจุบันอัตราการเข้าพักของจังหวัดที่อยู่ใกล้กับกรุงเทพมหานคร จะมีอัตราการเข้าพักที่ฟื้นตัวใกล้เคียงกับอัตราการเข้าพักในช่วงเดียวกันของปี 2562 ได้แก่ จังหวัดนครราชสีมา ประจวบคีรีขันธ์ กาญจนบุรี  ในขณะที่จังหวัดท่องเที่ยวที่ห่างไกลยังคงอยู่ไกลจากอัตราของปีที่แล้วนัก ได้แก่ จังหวัดภูเก็ต และกระบี่ เป็นต้น ซึ่งจังหวัดที่ห่างไกลจากกรุงเทพฯ เหล่านี้ ...

Gig Economy กับการเติบโตอนาคต? (s.127)

  Gig Economy ได้ถูกนิยามตามยุคสมัยเปลี่ยนแปลงไปตามบริบทของธุรกิจในขณะนั้น ซึ่งในช่วงหนึ่ง Gig Economy มักกล่าวถึงกลุ่มคนที่มีความสามารถที่รับงานเป็นโครงการชั่วคราวหรือเป็นครั้งๆ โดยที่มีการติดต่อทำงานกันผ่านช่องทางดิจิตอล เช่น นักพัฒนาโปรแกรม ผู้ออกแบบสินค้า เป็นต้น. ยุคต่อมา Gig Economy ได้ขยายความรวมไปถึงกลุ่มคนที่เป็น White-Collar ที่รับจ้างทำงานในองค์กรเป็นการชั่วคราว โดยมักจะเป็นบริษัทที่ให้บริการในด้านต่างๆ เช่น บริษัทบัญชี หรือบริษัทที่ปรึกษา เป็นต้น. ปัจจุบัน Gig Economy ยังหมายรวมถึงผู้ที่ทำงาน Part-time หรือ Full-Time ที่ขับรถรับส่งสินค้าหรืออาหาร เช่น Grab, LineMan และ Kerry เป็นต้น ซึ่งถือเป็นคนกลุ่มใหญ่ของ Gig Economy ในปัจจุบัน. กรณีของบริษัทหนึ่งๆ ต้องการหาผู้เชี่ยวชาญทำงานหนึ่ง เช่น ผู้ที่ออกแบบโลโก้ให้แก่สินค้า บริษัทสามารถมีทางเลือก 3 แนวทาง ได้แก่ 1.จ้างพนักงาน 2.จ้างบริษัทที่ทำธุรกิจดังกล่าวโดยเฉพาะ หรือ 3.จ้างกลุ่มคน Freelance. โดยหากล่าวถึงมุมมองกรณีของ Freelance ซึ่งในอดีตการจ้าง Freelance จะค่อนข้างมีความเสี่ยง เพราะบริษัทต้องเสี่ยงกับผลงานของผู้รับจ้างที่...