ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

บทความ

สัญญาณทางเศรษฐกิจ กับ ผลของการลงทุน (s.170)

สัญญาณทางเศรษฐกิจหลายตัวสามารถนำมาใช้เป็นเครื่องบ่งชี้สำหรับการตัดสินใจในการลงทุนได้ ซึ่งวันนี้จะขอยกตัวอย่างเครื่องบ่งชี้ที่ได้รับความนิยมในการใช้เป็นเกณฑ์ในการจับสัญญาณการลงทุน ประกอบด้วย 1. GDP Growth Rate : GDP เป็นสัญญาณตัวแรกที่ได้รับความนิยมอย่างมาก โดยบอกถึงการเติบโตของเศรษฐกิจภายในประเทศว่าเพิ่มขึ้นหรือลดลงอย่างไร. ดังนั้น GDP จึงมีความสำคัญต่อนักลงทุนเพราะหาก GDP เป็นบวกหรือมีการเติบโต ก็ย่อมเป็นที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการลงทุน โดยเฉพาะหาก GDP มีการเติบโตที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง 2. อัตราการว่างงาน : การว่างงานยิ่งน้อยยิ่งดี แสดงถึงการที่ประเทศมีคนที่มีงานทำเป็นสัดส่วนที่มาก แต่สิ่งหนึ่งที่เราต้องให้ความสนใจเช่นกันคืออัตราการว่างงานมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร มีการปรับขึ้นหรือลดลงหรือไม่ เพราะในกรณีอัตราการว่างหากถ้าน้อยแต่มีการปรับขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก็อาจบ่งบอกถึงสัญญาณแนวโน้มในอนาคตที่ไม่ดีเท่าไหร่นัก 3. เงินเฟ้อ : เงินเฟ้อเป็นการบ่งบอกถึงภาพรวมการปรับตัวของราคาของสินค้าและบริการ ถ้าตัวเลขเป็นบวกแสดงว่าภาพรวมราคาสินค้าและบริการมีการปรับตัวเพิ่มขึ้น หรือแพงขึ้น. โดยในภาว...

ผู้นำ กับการต่อต้านการเปลี่ยนแปลง (s.169)

  จากบทความ "เหตุผลที่ผู้นำ กลายเป็นผู้ต่อต้านการเปลี่ยนแปลง" โดย รศ.ดร.เอกชัย อภิศักดิ์กุล ในหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ วันที่ 22-25 พฤศจิกายน 2563 ได้กล่าวถึงเหตุผลถึงการที่ผู้นำกลับกลายเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดการต่อต้านการเปลี่ยนแปลงภายในองค์กรเอง ซึ่งการต่อต้านดังกล่าวถือเป็นอุปสรรคที่ทำให้องค์กรยากที่จะปรับเปลี่ยนและก้าวพัฒนาไปข้างหน้าได้ โดยเหตุผลดังกล่าวประกอบด้วย 1. สับสนระหว่างเรื่องสำคัญกับเรื่องเร่งด่วน : มักเกิดจากการที่เจ้าของและผู้บริหารใช้เวลามากเกินไปในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นแทนที่จะใช้เวลากับการวางแผนไว้ล่วงหน้า 2. ขาดความกล้าหาญ : ทั้งนี้การเริ่มต้นและดำเนินกระบวนการเปลี่ยนแปลงให้ประสบความสำเร็จต้องอาศัยทักษะความเป็นผู้นำเป็นอย่างมาก 3. กำหนดสิ่งจูงใจไม่สอดคล้องกับความต้องการ : ซึ่งการที่สิ่งจูงใจส่วนบุคคลไม่สอดคล้องกับบริษัทนี้ทำให้ผู้นำอาจไม่ยอมดำเนินการใดๆ ที่จำเป็น เช่น ผู้บริหารระดับสูงไม่กล้าที่จะเสี่ยงในเรื่องจำเป็นเพราะกล้วสถานะของตนสั่นครอนเองหากเกิดความผิดพลาด 4. ขาดการสนับสนุนทรัพยากร : การไม่ได้รับเครื่องมือหรืออำนาจที่เพียงพอคืออุปสรรคที่สำคัญห...

โรงงานผลิตพืช (s.168)

  บทความในหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 23 พ.ย. 63 โดยทีมงานวิเคราะห์ตลาดและเทคโนโลยี (MIIT) เนคเทค เรื่องสถานภาพอุตสาหกรรม 'Plant Facotry' ซึ่งมีความน่าสนใจและน่าจะเหมาะกับบริบทของสังคมไทยที่เป็นสังคมเกษตรกรรม โดยขอนำมาสรุปเล่าให้ฟังในที่นี้ โดยโรงงานผลิตพืช หรือ Plant Factory เป็นการปลูกพืชภายในอาคารหรือสถานที่ที่ถูกสร้างและออกแบบมาโดยเฉพาะ ซึ่งควบคุมสภาวะสิ่งแวดล้อมต่างๆ เช่น อุณหภูมิ แสงแดด สารอาหาร ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เป็นต้น เป้าหมายเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมที่สุดที่ทำให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพและดีที่สุดตลอดปี ซึ่งจะข้อดีอื่นๆ ด้วย เช่น 1.ป้องกันศัตรูพืชและลดความเสียหายจากการใช้ยาฆ่าแมลง  2.เพิ่มก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้กับพืชโดยตรงทำให้พืชเติบโตได้มากขึ้น และ 3.ปรับปรุงการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและประหยัดการใช้น้ำ. - หากคิดถึงสภาพปัจจุบันที่พื้นที่ทางการเกษตรเสื่อมโทรมมากขึ้น ทำให้ขาดแคลนพื้นที่การเกษตร ประกอบกับสภาพภูมิอากาศที่แปรปรวนถี่ขึ้น อีกทั้งการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากร ทำให้มีความต้องการอาหารและพื้นที่เพาะปลูกมากขึ้นตาม.  การปลูกพืชแนวตั้ง (vertical f...

ราคาที่ดินที่เพิ่มกับรถไฟฟ้าที่วิ่งผ่าน (s.167)

  ในช่วงนี้เราจะได้ยินข่าวเรื่องการประมูลรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ อย่างบ่อยครั้ง ซึ่งต้องยอมรับว่าในช่วงนี้ไม่ว่าจะเดินทางไปทางไหนในเขตกรุงเทพมหานคร ก็มีโอกาสสูงที่คุณจะต้องผ่านหรือเห็นการก่อสร้างรถไฟฟ้า เรียกได้ว่าก่อสร้างกันอย่างขนาดใหญ่ทั่วกรุง. โดยผลของการก่อสร้างรถไฟฟ้าดังกล่าว ย่อมไม่พ้นการปรับตัวของราคาที่ดินบริเวณรอบๆ แนวรถไฟฟ้าที่เกิดขึ้นนั้น ซึ่งศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ได้รายงานดัชนีที่ดินเปล่าก่อนการพัฒนา ในเขตกรุงเทพฯ ช่วงไตรมาส 3 พบว่ามีการปรับตัวขึ้นร้อยละ 0.7 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) เป็นดัชนีที่ 310.07 ทั้งนี้ที่ดินเปล่าก่อนการพัฒนาในไตรมาสนี้ ทำเลที่เพิ่มมากส่วนใหญ่จะเป็นพื้นที่ปลายสายรถไฟฟ้าที่เป็นส่วนต่อขยายและมีแผนก่อสร้างในอนาคต โดยหากเป็นทำเลที่มีรถไฟฟ้าผ่านและมีการขยายตัวเพิ่มสูงเมื่อเทียบกับปีก่อน (YoY) เราสามารถสรุปได้ดังนี้ คือ 1. สายสีชมพู (แคราย - มีนบุรี) มีอัตราการขยายตัวของราคาที่ดินเพิ่มขึ้นร้อยละ 35.7  2. สายสีเขียวเหนือ (คูคต - ลำลูกกา) เป็นเส้นทางที่ยังไม่ได้เริ่มก่อสร้าง โดยปัจจุบันราคาที่ดินเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 34.2 ...

วัคซีนโควิด-19 ราคาที่ต้องจ่าย (s.166)

  ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเราหลายคนอาจได้ยินข่าวเรื่องการค้นพบวัคซีนโควิด-19 กันบ้างแล้ว ซึ่งข่าวดังกล่าวก็ทำให้เศรษฐกิจเริ่มกลับมาดูคึกคักอีกครั้งหลังจากที่ซึมเศร้าไปนานนับตั้งแต่ต้นปี แต่สิ่งที่หลายคนกำลังจับตามองคือ 'ราคา' ของวัคซีนว่าจะถูกหรือแพงขนาดไหน ซึ่งวันนี้เรามีข้อมูลมาเล่าให้ฟังกัน - โดยวัคซีนที่ได้เริ่มประกาศผลความสำเร็จกันออกมานั้นมีราคาแตกต่างกันอย่างมากคือตั้งแต่ USD 3 ไปจนถึง USD 37 ซึ่งเราสามารถสรุปเป็นข้อมูลสำหรับวัคซีนตัวที่มีความคืบหน้าค่อนข้างมาก ได้ดังนี้ 1. วัคซีนจากบริษัทไฟเซอร์ ราคาประมาณ USD 19.5 ต่อโดส หรือประมาณ USD 39 ต่อคน เนื่องจากต้องใช้ 2 โดสต่อคน 2. วัคซีนจากบริษัทแอสตราเซเนกา ราคาประมาณ USD 3-4 ต่อโดส หรือ USD 6-8 ต่อคน เนื่องจากต้องใช้ 2 โดสต่อคน  3. วัคซีนจากบริษัทจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ราคาประมาณ USD 10 ต่อโดส โดยใช้เพียง 1 โดสต่อคน 4. วัคซีนจากบริษัทโมเดอร์นา ราคาประมาณ USD 25-37 ต่อโดส หรือ USD 50-64 ต่อคน เนื่องจากต้องใช้ 2 โดสต่อคน - ทั้งนี้ เราจะเห็นได้ว่าราคาของวัคซีนแตกต่างกันค่อนข้างมาก แต่ประเด็นใหญ่อีกประเด็นหนึ่งคือ ประเทศไทยจะได้...

คนไทยเสี่ยงยากจนเพิ่ม 1.1 ล้านครัวเรือน !! (s.165)

   โดยรายงานของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ในไตรมาส 3 ปี 2563 ได้กล่าวถึงผลกระทบต่อการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่มีต่อประชาชนไทย โดยเฉพาะผู้ที่รายได้ต่ำยากจน  โดยจากการสำรวจของสำนักงานสติถิแห่งชาติร่วมกับสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) และองค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาติ (UNICEF) ได้พบว่าจากกลุ่มตัวอย่างมีคนจำนวนถึง 54% ที่มีรายได้ลดลง และ 33% มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น และนอกจากนี้ยังพบว่าจากจำนวนกลุ่มตัวอย่าง 14% มีการก่อหนี้ในระบบเพิ่มขึ้น และ 9% ก่อหนี้นอกระบบเพิ่มขึ้น . และหากพิจารณาผลกระทบต่อความยากจนจากวิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น พบว่าทุกครั้งที่มีวิกฤตจะทำให้มีจำนวนคนจนเพิ่มขึ้น. โดยวิกฤตโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ความยากจน ดังนี้ 1. กลุ่มครัวเรือนที่ยากจนจะได้รับผลกระทบที่รุนแรงมากขึ้น - โดยเฉพาะกลุ่มคนที่ทำงานประจำ ซึ่งเมื่อเกิดวิกฤตทำให้กิจการหยุดดำเนินธุรกิจ พนักงานจำนวนมากมีชั่วโมงการทำงานที่น้อยลงและบางส่วนถูกเลิกจ้าง นอกจากนี้คนจนเมืองจำนวนมากจำเป็นต้องกู้หนี้ยืมสินหรือนำของใช้ในบ้านไปจำนำเพื่อประทังหาเลี้ยงชีวิต 2. กล...

หนี้สาธารณะ (s.164)

บทความของ SCB EIC เรื่อง "ปัญหาระดับโลก : หนี้สาธารณะและเศรษฐกิจที่ถดถอย" ได้มีบทวิเคราะห์ที่น่าสนใจเกี่ยวกับหนี้สาธารณะ ซึ่งเป็นประเด็นใหญ่ประเด็นหนึ่งที่ได้มีการถกเถียงอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะในช่วงที่เกิดวิเกฤตโควิด-19 ที่ทำให้รัฐบาลของหลายประเทศต้องอัดฉีดเงินเป็นจำนวนมหาศาลเพื่อพยุงเศรษฐกิจและส่งผลให้หนี้สาธารณะปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก. โดยผลจากโควิด-19 นั้นได้ส่งผลต่อการจัดเก็บภาษีที่ลดลงและรายจ่ายที่เพิ่มขึ้นอย่างมากจากมาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐต่างๆ. หนี้สาธารณะที่ปรับตัวเพิ่มอย่างรวดเร็วนี้จึงมาจาก 2 ปัจจัย คือ GDP ที่หดตัว และ การเพิ่มขึ้นของหนี้สินสาธารณะ. ทั้งนี้การประเมินว่าหนี้สาธารณะจะยั่งยืนในระยะยาวหรือไม่จะขึ้นกับสมมุติฐาน 2 เรื่อง ได้แก่ (1) อัตราดอกเบี้ย และ (2) อัตราการเติบโตของ GDP.  โดยหากอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าอัตราการเติบโตของ GDP อย่างต่อเนื่องและหากรัฐบาลไม่กู้เพิ่ม จะทำให้หนี้สาธารณะต่อ GDP ลดลงอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ดีการตั้งสมมุติฐานของอัตราดอกเบี้ยและ GDP ในระยะยาวในระยะยาวที่แม่นยำจะเป็นเรื่องยาก.  นอกจากนี้อัตราดอกเบี้ยและ GDP  ยังมีปัจจัยอื...