ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

สิ่งที่ธุรกิจไม่ควรทำ ในช่วงโควิด (s.308)

 


#busguy #จดมาสรุปให้ฟัง #ธุรกิจแบ่งปัน

.

ในภาวะปัจจุบันที่สภาพการค้า เศรษฐกิจมีความซบเซาเป็นอย่างมาก เราจะได้เห็นผู้ประกอบการหลายรายได้นำกลยุทธ์ต่างๆ งัดมาใช้เพื่อสร้างรายได้ให้สามารถหล่อเลี้ยงธุรกิจต่อไปได้ อย่างไรก็ดี มีกับดักใหญ่ 3 ประการที่ผู้ประกอบการต้องระวังและไม่ควรทำโดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจซบเซานี้ ได้แก่

.

1. อย่าพยายามมุ่งแข่งขันตัดราคา - ซึ่งในช่วงที่ธุรกิจดูเหมือนเจอทางตัน ทางออกที่ผู้ประกอบการมักนำมาใช้คือการแข่งขันเรื่องราคา ซึ่งถือเป็นอาวุธทางการตลาดที่รุนแรง แต่ในช่วงวิกฤตเช่นนี้ ผู้ประกอบการไม่ควรมุ่งแต่เรื่องราคาแม้คู่แข่งของเราจะตัดราคามากแค่ไหนก็ตาม ทั้งนี้ เราไม่ควรมองที่ราคาเพียงอย่างเดียวแล้วใช้การตัดราคาเพื่อสู้กับคู่แข่ง. โดยส่วนผสมทางการตลาดยังมีเรื่องอื่นๆ ที่กิจการสามารถนำมาปรับใช้ได้ เช่น 7P สำหรับการตลาดในธุรกิจบริการ

.

2. อย่าเอาเงินก่อน ผ่อนบริการทีหลัง เสี่ยงเสียลูกค้า - หลายธุรกิจเริ่มใช้วิธีที่เรียกว่า postpone เช่น การเสนอขายคอร์สการเรียน เสริมความงาม หรือบัตรกำนัล ในมูลค่าที่จูงใจลูกค้าให้จ่ายเงินล่วงหน้าแล้วมาใช้บริการในภายหลัง. ซึ่งในตอนที่เราต้องการเงินเข้ามาหมุนในธุรกิจ เราก็มักจะใช้วิธีการนี้เรียกเงินลูกค้ามาก่อน แต่เมื่อสถานการณ์คลี่คลาย พอลูกค้าเข้ามาใช้บริการ ผู้ประกอบการจำนวนมากจะไม่ค่อยรู้สึกอยากให้บริการ เพราะลูกค้าได้ซื้อล่วงหน้าในราคาที่ถูก. ดังนั้นเรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่ธุรกิจต้องระวังให้ดี เพราะถ้าหากผู้ประกอบการทำใจไม่ได้เมื่อลูกค้าที่ซื้อล่วงหน้าในราคาที่ถูกได้มาใช้บริการ ผู้ประกอบการก็ควรหลีกเลี่ยงจะดีกว่า

.

3. อย่าละเมิดกฎหมาย - จากมาตรการต่างๆ ที่รัฐได้กำหนด ซึ่งหากฝ่าฝืน นอกจากโทษการละเมิดทางกฎหมายแล้ว กิจการยังเสียชื่อเสียงอีกด้วย ส่วนมากธุรกิจที่ละเมิดกฎหมายมักจะโดยจับได้ และทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงอย่างที่ได้ไม่คุ้มเสีย. โดยที่ส่วนมากแล้วคนที่แจ้งตำรวจมักไม่ใช่ลูกค้าของเรา แต่เป็นคู่แข่งของเรา

.

ทั้งนี้ แม้การดำเนินการธุรกิจในช่วงของโรคระบาดโควิด-19 จะยากลำบาก แต่ผู้ประกอบการก็ไม่ควรพาธุรกิจลงไปในหลุมพรางที่ได้กล่าวข้างต้น หรือหากผู้ประกอบการรายใดได้ถลำตัวลงไปแล้ว ก็ควรรีบเปลี่ยนแปลงและกลับขึ้นมาให้เร็วที่สุด.

 . 

อ้างอิง: '3P อย่าทำ พาธุรกิจรอดโควิดระลอก 4' เอกก์ ภทรธนกุล กรุงเทพธุรกิจ

ความคิดเห็น