ปัจจุบันเรามีการพูดถึงความเหลื่อมล้ำกันมากขึ้นเมื่อเทียบกับในอดีต โดยเฉพาะภายหลังจากวิกฤตโควิด-19 ที่เริ่มทรงตัวและดีขึ้น ความเหลี่ยมล้ำกลับดูเหมือนยิ่งมีความรุนแรงมากขึ้นโดยเฉพาะความเหลี่อมล้ำในความมั่งคั่งที่เหมือนมีความแตกต่างกันอย่างรุนแรงในทุกสังคมในโลกนี้ ทั้งนี้ในทางเศรษฐศาสตร์ ความเหลื่อมล้ำสามารถแบ่งได้เป็น 3 มิติ คือ 1.ความเหลื่อมล้ำในการกระจายรายได้ 2.ความเหลื่อมล้ำในความมั่งคั่งหรือทรัพย์สิน และ 3.ความเหลื่อมล้ำในโอกาสของคนในสังคม ในบริบทของประเทศไทยเรา การกระจายรายได้ของประเทศมีแนวโน้มแย่ลงต่อเนื่องมา โดยเฉพาะตั้งแต่ช่วงปี 2503 จนถึงก่อนวิกฤตต้มยำกุ้งในปี 2540 อย่างไรก็ดีผลของการกระจายรายได้ยังมีข้อสงสัยในการจัดเก็บข้อมูล ซึ่งเชื่อว่าจริงๆ แล้วความเหลื่อมล้ำน่าจะมากขึ้นเรื่อยๆ จนถึงปัจจุบัน. ในแง่ของความมั่งคั่ง ประเมินว่ากลุ่มผู้ที่รวยที่สุด 1% เป็นเจ้าของสินทรัพย์กว่า 66% ของสินทรัพย์ทั้งหมดในประเทศ ซึ่งไทยถือว่าเป็นประเทศที่มีความเหลื่อมล้ำในเรื่องนี้เป็นอันดับต้นๆ ของโลก. และสุดท้ายในเรื่องความเหลื่อมล้ำด้านโอกาส แนวโน้มไม่ได้แตกต่าง...
เรื่องธุรกิจรอบตัว ฟังเขาเล่ามา คิดเอาเองบ้าง สังเกตจากที่เห็น